<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Roleofbuddhism.Com</title>
	<atom:link href="http://roleofbuddhism.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://roleofbuddhism.com</link>
	<description>Roleofbuddhism.Com</description>
	<lastBuildDate>Sun, 22 Jan 2012 04:29:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.5</generator>
		<item>
		<title>เปรียบเทียบบทบาทในการส่งเสริมพระพุทธศาสนาของนักธุรกิจ</title>
		<link>http://roleofbuddhism.com/7/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa.html</link>
		<comments>http://roleofbuddhism.com/7/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2012 04:27:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>buddhist</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://roleofbuddhism.com/?p=7</guid>
		<description><![CDATA[บทที ๔ เปรียบเทียบบทบาทในการส่งเสริมพระพุทธศาสนาของนักธุรกิจ ในสมัยพุทธกาลกับกรณีของดร.บุญยง ว่องวานิช การเปรียบเทียบบทบาทในการส่งเสริมพระพุทธศาสนาของนักธุรกิจสมัยพุทธกาล กับกรณีของดร.บุญยง ว่องวานิช ได้ใช้ข้อมูลจากบทที %๒ และ ๓ ทีผ% ่านมาเป็นฐานความรู้ใน ๓ ด้าน คือ ด้านที %๑ หลักธรรมทีเ%กี%ยวข้องกับนักธุรกิจ ด้านที %๒ กิจกรรมทีเ%กี%ยวข้องกับการ ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และด้านที% ๓ บทบาทของนักธุรกิจในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา ดังรายละเอียดต่อไปนี1 ๔.๑ การเปรียบเทียบด้านหลักการบริหาร การเปรียบเทียบด้านหลักการบริหารทีเ%กี%ยวข้องกับนักธุรกิจระหว่างสมัยพุทธกาล กับสมัยปัจ จุบันโดยมี ดร.บุญยง ว่องวานิชเป็นกรณีศึกษา สามารถศึกษาผ่านด้านต่างๆ ตามลำดับคือ (๑) ด้านการบริหารตน (๒) ด้านการบริหารคน (๓) ด้านการบริหารงาน ๔.๑.๑ การเปรียบเทียบด้านหลักการบริหารตน การบริหารตน ของนักธุรกิจสมัยพุทธกาลกับดร.บุญยง ว่องวานิช ได้นำ หลักธรรมเบื1องต้น คือ การให้ทาน การรักษาศีล การพัฒนาจิตสู่ภาวนา เพื%อเป็นแนวทาง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://roleofbuddhism.com/wp-content/uploads/2012/01/33_20091225110839_.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-8" src="http://roleofbuddhism.com/wp-content/uploads/2012/01/33_20091225110839_-266x300.jpg" alt="" width="266" height="300" /></a></p>
<p>บทที ๔<br />
เปรียบเทียบบทบาทในการส่งเสริมพระพุทธศาสนาของนักธุรกิจ<br />
ในสมัยพุทธกาลกับกรณีของดร.บุญยง ว่องวานิช<br />
การเปรียบเทียบบทบาทในการส่งเสริมพระพุทธศาสนาของนักธุรกิจสมัยพุทธกาล<br />
กับกรณีของดร.บุญยง ว่องวานิช ได้ใช้ข้อมูลจากบทที %๒ และ ๓ ทีผ% ่านมาเป็นฐานความรู้ใน<br />
๓ ด้าน คือ ด้านที %๑ หลักธรรมทีเ%กี%ยวข้องกับนักธุรกิจ ด้านที %๒ กิจกรรมทีเ%กี%ยวข้องกับการ<br />
ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และด้านที% ๓ บทบาทของนักธุรกิจในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา<br />
ดังรายละเอียดต่อไปนี1<br />
๔.๑ การเปรียบเทียบด้านหลักการบริหาร<br />
การเปรียบเทียบด้านหลักการบริหารทีเ%กี%ยวข้องกับนักธุรกิจระหว่างสมัยพุทธกาล</p>
<p><span id="more-7"></span><br />
กับสมัยปัจ จุบันโดยมี ดร.บุญยง ว่องวานิชเป็นกรณีศึกษา สามารถศึกษาผ่านด้านต่างๆ<br />
ตามลำดับคือ (๑) ด้านการบริหารตน (๒) ด้านการบริหารคน (๓) ด้านการบริหารงาน<br />
๔.๑.๑ การเปรียบเทียบด้านหลักการบริหารตน<br />
การบริหารตน ของนักธุรกิจสมัยพุทธกาลกับดร.บุญยง ว่องวานิช ได้นำ<br />
หลักธรรมเบื1องต้น คือ การให้ทาน การรักษาศีล การพัฒนาจิตสู่ภาวนา เพื%อเป็นแนวทาง<br />
การดำเนินชีวิตอย่างมีสัมมาทิฏฐิ (ความเห็นที%ถูกต้อง) และยกระดับจิตใจตนเองสูงขึ1น เมื%อ<br />
เปรียบเทียบในด้านการให้ทาน การรักษาศีล การพัฒนาจิตสู่ภาวนา ทำให้พบทัง1 ความ<br />
สอดคล้องและความแตกต่าง ซึง% มีรายละเอียดดังนี1<br />
๔.๑.๑.๑ การให้ทาน<br />
การเปรียบเทียบเรือ% งการให้ทานระหว่างทัง1 สองยุค สามารถแยกพิจารณาเป็นเรื%อง<br />
ลักษณะและเป้าหมายของการให้ทาน</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</p>
<p>ชื่อวิทยานิพนธ์ : ศึกษาเปรียบเทียบบทบาทในการส่งเสริมพระพุทธศาสนาของนักธุรกิจ<br />
ในสมัยพุทธกาลกับปัจจุบัน : ศึกษาเฉพาะกรณี ดร.บุญยง ว่องวานิช<br />
ชื่อผู้วิจัย : พระสุเมธ สุเมโธ (นพดลจินดา)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://roleofbuddhism.com/7/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลักษณะของการให้ทาน</title>
		<link>http://roleofbuddhism.com/10/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://roleofbuddhism.com/10/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2012 04:27:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>buddhist</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://roleofbuddhism.com/?p=10</guid>
		<description><![CDATA[(ก) ลักษณะของการให้ทาน ลักษณะของการให้ทานมีทั1งการให้ด้วยอามิสทาน (ให้วัตถุทาน) และการให้ธรรม ทาน (การให้ความรู้ แนะนำ) จากการกระทำในเรื%องการให้อามิสทานเป็นวัตถุส%ิงของของ นักธุรกิจสมัยพุทธกาลกับดร.บุญยง ว่องวานิช พบว่ามีความสอดคล้องกัน คือ การเสียสละ ทรัพย์เพื%อกำจัดกิเลส ความตระหนี%มุ่งประโยชน์ตนเองและผู้อื%นในสังคมเพื%อแบ่งปัน ความสุข มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในสังคมเป็นแนวทางปฏิบัติพืน1 ฐานแห่งความดี แม้กระนัน1 ยังพบความแตกต่างในเรื%องการให้ด้วยอามิสทานนี1 กล่าวคือ นักธุรกิจสมัยพุทธกาลส่วนมากเป็นผู้รํ%ารวย มีทรัพย์มากเมื%อบรรลุภูมิธรรมไม่ว่า จะทำอะไรก็ จะทำจริงจัง ตัวอย่างเช่น ท่านอนาถบิณฑิกะแม้แต่ยอมสละทรัพย์สินจนหมด ก็ยังบำรุง พระพุทธศาสนา และให้วัตถุสิ%งของอย่างมิได้ขาดจนทำให้พระพุทธเจ้ายกย่องในฐานะเป็น ทายกผู้เลิศทางถวายทานในพระพุทธศาสนา ส่วนดร.บุญยง ว่องวานิชถึงแม้จะเป็นนักธุรกิจ ระดับชั1นแนวหน้าในสินค้าอุปโภคบริโภค การบำรุงพระพุทธศาสนาและให้วัตถุสิ%งของมี ขีดจำกัดที%จะต้องรับผิดชอบ แต่จะศึกษาถึงสง%ิ ที%ให้ว่าเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและ สังคมหรือไม่ เพราะท่านยังเป็นปุถุชนคนธรรมดาแต่ก็ได้รับการยกย่องจากคณะสงฆ์ทั1งใน ประเทศและต่างประเทศ แวดวงนักธุรกิจ นักวิชาการศาสนาว่าเป็นบุคคลที%ทำคุณประโยชน์ ต่อพระศาสนาและสังคม ส่วนในเรือ% งธรรมทาน นักธุรกิจสมัยพุทธกาลกับดร.บุญยง ว่องวานิชมี ลักษณะที%สอดคล้องกันในเรื%อง การให้คำแนะนำสัง%สอนสง%ิ ทีด% ีต่อการดำเนินชีวิต เห็นได้จาก การใช้หลักธรรมมาสอดแทรกในการอธิบายหรือตอบปัญหาต่างๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>(ก) ลักษณะของการให้ทาน<br />
ลักษณะของการให้ทานมีทั1งการให้ด้วยอามิสทาน (ให้วัตถุทาน) และการให้ธรรม<br />
ทาน (การให้ความรู้ แนะนำ) จากการกระทำในเรื%องการให้อามิสทานเป็นวัตถุส%ิงของของ<br />
นักธุรกิจสมัยพุทธกาลกับดร.บุญยง ว่องวานิช พบว่ามีความสอดคล้องกัน คือ การเสียสละ<br />
ทรัพย์เพื%อกำจัดกิเลส ความตระหนี%มุ่งประโยชน์ตนเองและผู้อื%นในสังคมเพื%อแบ่งปัน ความสุข<br />
มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในสังคมเป็นแนวทางปฏิบัติพืน1 ฐานแห่งความดี<br />
แม้กระนัน1 ยังพบความแตกต่างในเรื%องการให้ด้วยอามิสทานนี1 กล่าวคือ<br />
นักธุรกิจสมัยพุทธกาลส่วนมากเป็นผู้รํ%ารวย มีทรัพย์มากเมื%อบรรลุภูมิธรรมไม่ว่า จะทำอะไรก็<br />
จะทำจริงจัง ตัวอย่างเช่น ท่านอนาถบิณฑิกะแม้แต่ยอมสละทรัพย์สินจนหมด ก็ยังบำรุง<br />
พระพุทธศาสนา และให้วัตถุสิ%งของอย่างมิได้ขาดจนทำให้พระพุทธเจ้ายกย่องในฐานะเป็น<br />
ทายกผู้เลิศทางถวายทานในพระพุทธศาสนา ส่วนดร.บุญยง ว่องวานิชถึงแม้จะเป็นนักธุรกิจ<br />
ระดับชั1นแนวหน้าในสินค้าอุปโภคบริโภค การบำรุงพระพุทธศาสนาและให้วัตถุสิ%งของมี<br />
ขีดจำกัดที%จะต้องรับผิดชอบ แต่จะศึกษาถึงสง%ิ ที%ให้ว่าเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและ<br />
สังคมหรือไม่ เพราะท่านยังเป็นปุถุชนคนธรรมดาแต่ก็ได้รับการยกย่องจากคณะสงฆ์ทั1งใน<br />
ประเทศและต่างประเทศ แวดวงนักธุรกิจ นักวิชาการศาสนาว่าเป็นบุคคลที%ทำคุณประโยชน์<br />
ต่อพระศาสนาและสังคม<br />
ส่วนในเรือ% งธรรมทาน นักธุรกิจสมัยพุทธกาลกับดร.บุญยง ว่องวานิชมี</p>
<p><span id="more-10"></span><br />
ลักษณะที%สอดคล้องกันในเรื%อง การให้คำแนะนำสัง%สอนสง%ิ ทีด% ีต่อการดำเนินชีวิต เห็นได้จาก<br />
การใช้หลักธรรมมาสอดแทรกในการอธิบายหรือตอบปัญหาต่างๆ จนผู้ฟัง มีความเข้าใจ<br />
แจ่มแจ้งเกิดความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา<br />
อย่างไรก็ดี นักธุรกิจสมัยพุทธกาลเป็นผู้มีปัญ ญาที%เกิดจากการฟัง ธรรมของ<br />
พระพุทธเจ้าและพระสาวก สามารถอธิบายสง%ิ ที%ผู้อื%นเห็นผิดให้เข้าใจในสง%ิ ที%ถูก ตัวอย่างเช่น<br />
จิตตคหบดี ได้อธิบายธรรมพร้อมขยายความแก่นักบวชนอกลัทธิทีม% ีความเห็นผิด ถึงกับหันมา<br />
นับถือพระพุทธศาสนา เป็นผู้ฉลาดในการแสดงธรรมทำให้พระพุทธเจ้ายกย่องว่าเป็นผู้เลิศ<br />
กว่าอุบาสกในการแสดงธรรมกถึก ส่วนดร.บุญยง ว่องวานิช แม้จะได้รับการศึกษา<br />
พระพุทธศาสนามาตั1งแต่เด็ก แต่การศึกษาของท่านเปลี%ยนไปจากหนังสือเป็นการฟัง<br />
และการสนทนาจากพระสงฆ์หรือนักวิชาการศาสนา เมื%อมีโอกาสได้อุปสมบทก็ยง%ิ เพม%ิ ความรู้<br />
และความเข้าใจทางพระพุทธศาสนามากขึน1 ถึงแม้จะไม่มีใครยืนยันว่าบรรลุธรรม แต่ก็เป็นที%<br />
กล่าวขานกันในสังคมนักธุรกิจว่าใช้หลักธรรมในการสอนและการบริหารธุรกิจได้อย่างลงตัว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://roleofbuddhism.com/10/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เป้าหมายของการให้ทาน</title>
		<link>http://roleofbuddhism.com/12/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://roleofbuddhism.com/12/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2012 04:28:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>buddhist</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://roleofbuddhism.com/?p=12</guid>
		<description><![CDATA[(ข) เป้าหมายของการให้ทาน เป้าหมายของการให้ทานแรกที%ทำการศึกษา คือ การให้ทานเพื%ออนุเคราะห์ นักธุรกิจสมัยพุทธกาลกับดร.บุญยง ว่องวานิช มีการให้ทานตามเป้าหมายนี1สอดคล้องกัน เนื%องจาก เบือ1 งหลังการให้ล้วนคิดว่าการให้ทีม% าจากจิตทีเ%มตตา กรุณา ไม่ว่าจะให้ด้วยสง%ิ ของ หรือคำแนะนำ ย่อมเพม%ิ ความเข้าใจที%ถูกต้อง เป็นสง%ิ ที%ช่วยเพม%ิ คุณธรรมและศีลธรรมให้กับ มนุษย์และสังคม แม้กระนัน1 นักธุรกิจสมัยพุทธกาลจะให้ทานเป็นประจำ เมื%อบรรลุธรรมความ บริสุทธิขF องจิตใจย่อมแปรสภาพการให้ทาน ที%สื%อให้เห็นถึงระดับอนุเคราะห์ของจิตที%สูงขึ1น ดังจะเห็นได้จาก การสร้างโรงทานไว้ประจำบ้านเพื%ออนุเคราะห์ทานแก่พระสงฆ์และผู้ยากไร้ ส่วนดร.บุญยง ว่องวานิช แม้จะเป็นอุบาสกที%มีจิตใจเปี%ยมล้นด้วยความอนุเคราะห์มองเห็น สภาพความเป็นจริงของเพื%อนมนุษย์ ซึง% จะศึกษาถึงเหตุและผลของผู้รับ เป้าหมายของการให้ทานลำดับถัดมา คือ การให้เพื%อบูชา นักธุรกิจสมัยพุทธกาลกับ ดร.บุญยง ว่องวานิช ล้วนให้ทานทีม% ุ่งบูชาคุณของพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม และ พระสงฆ์ ดังทีส% ังเกตเห็นได้จากการสร้างศาสนวัตถุต่างๆ และการสัง%สอนแนะนำตามหลักธรรม จนสามารถทำให้ศาสนามีความมั% นคงจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี1 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>(ข) เป้าหมายของการให้ทาน<br />
เป้าหมายของการให้ทานแรกที%ทำการศึกษา คือ การให้ทานเพื%ออนุเคราะห์<br />
นักธุรกิจสมัยพุทธกาลกับดร.บุญยง ว่องวานิช มีการให้ทานตามเป้าหมายนี1สอดคล้องกัน<br />
เนื%องจาก เบือ1 งหลังการให้ล้วนคิดว่าการให้ทีม% าจากจิตทีเ%มตตา กรุณา ไม่ว่าจะให้ด้วยสง%ิ ของ<br />
หรือคำแนะนำ ย่อมเพม%ิ ความเข้าใจที%ถูกต้อง เป็นสง%ิ ที%ช่วยเพม%ิ คุณธรรมและศีลธรรมให้กับ<br />
มนุษย์และสังคม<br />
แม้กระนัน1 นักธุรกิจสมัยพุทธกาลจะให้ทานเป็นประจำ เมื%อบรรลุธรรมความ<br />
บริสุทธิขF องจิตใจย่อมแปรสภาพการให้ทาน ที%สื%อให้เห็นถึงระดับอนุเคราะห์ของจิตที%สูงขึ1น<br />
ดังจะเห็นได้จาก การสร้างโรงทานไว้ประจำบ้านเพื%ออนุเคราะห์ทานแก่พระสงฆ์และผู้ยากไร้<br />
ส่วนดร.บุญยง ว่องวานิช แม้จะเป็นอุบาสกที%มีจิตใจเปี%ยมล้นด้วยความอนุเคราะห์มองเห็น<br />
สภาพความเป็นจริงของเพื%อนมนุษย์ ซึง% จะศึกษาถึงเหตุและผลของผู้รับ<br />
เป้าหมายของการให้ทานลำดับถัดมา คือ การให้เพื%อบูชา นักธุรกิจสมัยพุทธกาลกับ<br />
ดร.บุญยง ว่องวานิช ล้วนให้ทานทีม% ุ่งบูชาคุณของพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม และ<br />
พระสงฆ์ ดังทีส% ังเกตเห็นได้จากการสร้างศาสนวัตถุต่างๆ และการสัง%สอนแนะนำตามหลักธรรม<br />
จนสามารถทำให้ศาสนามีความมั% นคงจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี1 การให้เพื%อบูชา นี1ก็ไม่ได้เป็นใน<br />
ลักษณะทีอ% ิงเรื%องโชคลาง แม้ว่าจะมีนักธุรกิจสมัยพุทธกาลบางท่านทีเ%ชื%อเรื%องโชคลางหลังหัน</p>
<p><span id="more-12"></span><br />
มานับถือพระพุทธศาสนา สง%ิ เหล่านี1ก็ลดน้อยแต่ก็ไม่หมด จากกรณีตัวอย่าง ของนักธุรกิจ<br />
นามว่า “โฆสกะ” ว่าการให้ทานมาจากโชคลางเพื%อเป็นการบูชาคุณของพระรัตนตรัย จึงมุ่งเน้น<br />
ต่อการให้ทานเป็นประจำและสร้างศาสนวัตถุต่างๆ ด้วยทรัพย์ส่วนตัวทัง1 สิน1 ในกรณีนี1ย่อมมีได้<br />
ทั1งในยุคปัจจุบัน แต่ดร.บุญยง ว่องวานิช ไม่ได้เป็นเช่นนั1น แม้จะมีความเชื%อต่อโชคลางแต่ก็ไม่<br />
งงงาย ท่านใช้หลักเหตุและผลมาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต และได้มีโอกาสอุปสมบทเพื%อบูชา<br />
คุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีความซาบซึ1งต่อคุณของพระรัตนตรัย เมื%อลาสิกขา<br />
การประพฤติปฏิบัติก็ยง%ิ เพม%ิ มากขึน1 ไปพร้อมกับการส่งเสริมและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา<br />
๔.๑.๑.๒ การรักษาศีล<br />
การเปรียบเทียบเรื%องการรักษาศีลระหว่างทัง1 สองยุค สามารถพิจารณาในเรื%อง<br />
ของการรักษาศีล ๕ มีความสอดคล้องกันเนื%องจากหลักธรรม ดังกล่าวเป็นการนำมาซึ%งความ<br />
สงบสุขต่อตนเองและสังคม และสามารถยกระดับการพัฒนาคุณชีวิต ให้มีคุณธรรมศีลธรรมต่อ<br />
ตนเองและสังคม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://roleofbuddhism.com/12/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ในความแตกต่างของการรักษาศีลของนักธุรกิจสมัยพุทธกาล</title>
		<link>http://roleofbuddhism.com/14/%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81.html</link>
		<comments>http://roleofbuddhism.com/14/%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2012 04:28:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>buddhist</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://roleofbuddhism.com/?p=14</guid>
		<description><![CDATA[ในความแตกต่างของการรักษาศีลของนักธุรกิจสมัยพุทธกาล เนื%องจากความเป็น อริยบุคคลการรักษาศีลจึงเป็นสง%ิ ทีอ% ยู่เหนือความเป็นปุถุชน เพราะเป็นศีลทีพ% ระอริยสรรเสริญ๑ ย่อมมีความสมบูรณ์ และแตกต่างมากกว่าการรักษาของดร.บุญยง ว่องวานิชซึ%งเป็นศีลขัน1 พืน1 ฐานแห่งความดีแต่การกระทำก็มิได้ย่อหย่อนในเรือ% งการรักษาศีลแม้แต่น้อย ดังนัน1 จึงสามารถสรุปได้ว่า การรักษาศีลของทัง1 สองยุคจะเป็นผู้ที%เคร่งครัดต่อศีล เพราะเล็งเห็นถึงความสำคัญต่อส%ิงที%แปรเปลี%ยนวิถีชีวิตให้มีความประเสริฐ และยังพัฒนา คุณภาพชีวิตให้มีความสมบูรณ์ยง%ิ ขึน1 ๔.๑.๑.๓ การพัฒนาจิตสู่ภาวนา การเปรียบเทียบเรื%องการพัฒนาจิตสู่ภาวนาระหว่างทัง1 สองยุค สามารถพิจารณา ในเรื%องของ ภาวนา คือ การพัฒนาจิตสู่ความสงบและการพัฒนาจิตสู่ปัญ ญา สง%ิ เหล่านี1จะ นำไปพัฒนาต่อตนเองและสังคม (ก) การพัฒนาจิตสู่ความสงบ การพัฒนาจิตสู่ความสงบ หรือเรียกเป็นภาษาทางธรรมว่า สมถภาวนา จากการ กระทำในเรื%องการ นักธุรกิจสมัยพุทธกาลกับดร.บุญยง ว่องวานิช พบว่ามีความสอดคล้องกัน กล่าวคือ เป็นบุคคลทีไ% ด้รับการฝึกปฏิบัติการพัฒนาจิตให้มีความสงบ เพราะความสงบเป็นสง%ิ จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต และยกระดับให้มีคุณธรรม ศีลธรรมที%จะแก้ไขกับ ปัญหาต่างๆ ทีเ%ผชิญอยู่ได้ แม้กระนัน1 ยังพบความแตกต่างของการพัฒนาจิตสู่ความสงบของนักธุรกิจสมัย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในความแตกต่างของการรักษาศีลของนักธุรกิจสมัยพุทธกาล เนื%องจากความเป็น<br />
อริยบุคคลการรักษาศีลจึงเป็นสง%ิ ทีอ% ยู่เหนือความเป็นปุถุชน เพราะเป็นศีลทีพ% ระอริยสรรเสริญ๑<br />
ย่อมมีความสมบูรณ์ และแตกต่างมากกว่าการรักษาของดร.บุญยง ว่องวานิชซึ%งเป็นศีลขัน1<br />
พืน1 ฐานแห่งความดีแต่การกระทำก็มิได้ย่อหย่อนในเรือ% งการรักษาศีลแม้แต่น้อย<br />
ดังนัน1 จึงสามารถสรุปได้ว่า การรักษาศีลของทัง1 สองยุคจะเป็นผู้ที%เคร่งครัดต่อศีล<br />
เพราะเล็งเห็นถึงความสำคัญต่อส%ิงที%แปรเปลี%ยนวิถีชีวิตให้มีความประเสริฐ และยังพัฒนา<br />
คุณภาพชีวิตให้มีความสมบูรณ์ยง%ิ ขึน1<br />
๔.๑.๑.๓ การพัฒนาจิตสู่ภาวนา<br />
การเปรียบเทียบเรื%องการพัฒนาจิตสู่ภาวนาระหว่างทัง1 สองยุค สามารถพิจารณา<br />
ในเรื%องของ ภาวนา คือ การพัฒนาจิตสู่ความสงบและการพัฒนาจิตสู่ปัญ ญา สง%ิ เหล่านี1จะ<br />
นำไปพัฒนาต่อตนเองและสังคม<br />
(ก) การพัฒนาจิตสู่ความสงบ<br />
การพัฒนาจิตสู่ความสงบ หรือเรียกเป็นภาษาทางธรรมว่า สมถภาวนา จากการ<br />
กระทำในเรื%องการ นักธุรกิจสมัยพุทธกาลกับดร.บุญยง ว่องวานิช พบว่ามีความสอดคล้องกัน<br />
กล่าวคือ เป็นบุคคลทีไ% ด้รับการฝึกปฏิบัติการพัฒนาจิตให้มีความสงบ เพราะความสงบเป็นสง%ิ<br />
จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต และยกระดับให้มีคุณธรรม ศีลธรรมที%จะแก้ไขกับ<br />
ปัญหาต่างๆ ทีเ%ผชิญอยู่ได้<br />
แม้กระนัน1 ยังพบความแตกต่างของการพัฒนาจิตสู่ความสงบของนักธุรกิจสมัย</p>
<p><span id="more-14"></span><br />
พุทธกาล ด้วยความแห่งการพัฒนาจิตที%บริสุทธิเFมื%อมาพบเจอสง%ิ ที%มากระตุ้นคือ ธรรมเทศนา<br />
ของพระพุทธเจ้าเป็นสง%ิ ทีท% ำให้เกิดกระบวนการพัฒนาจิตเข้าสู่ความสงบ ปราศจากกิเลสต่างๆ<br />
ก็เข้าถึงความหลุดพ้นของจิตบรรลุเป็นพระอริยบุคคล ส่วนดร.บุญยง ว่องวานิช ท่านก็ได้รับ<br />
การศึกษาหลักปฏิบัติอบรมจากผู้รู้ทีม% ีความชำนาญ จนทำให้สามารถรับรู้ถึงกระบวนการพัฒนา<br />
จิตเข้าถึงความสงบที%เรียกว่า ขณิกสมาธิ๒ แต่ไม่อาจจะได้มากถึงขัน1 บรรลุภูมิธรรมก็ตามเนื%อง<br />
ด้วยการพัฒนาจิตของท่านยังไม่ละเอียดเพียงพอทีจ% ะเข้าถึงได้<br />
๑สํ.ม. (ไทย) ๑๙/๑๔๒๐/๔๓๑.<br />
๒ขณิกสมาธิ เป็นสมาธิชัว% ขณะ, ขัน1 ต้นสำหรับใช้ในการเล่าเรียนทำการงานให้ได้ผลดี,<br />
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต), พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม, หน้า ๓๑.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://roleofbuddhism.com/14/%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การพัฒนาจิตสู่ปัญญา</title>
		<link>http://roleofbuddhism.com/16/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://roleofbuddhism.com/16/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2012 04:29:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>buddhist</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://roleofbuddhism.com/?p=16</guid>
		<description><![CDATA[(ข) การพัฒนาจิตสู่ปัญญา การพัฒนาจิตสู่ปัญญารู้แจ้งตามสิ%งธรรมชาติของชีวิต เป็นกระบวนการพัฒนาให้ เกิดความปัญญาที%จะสามารถแก้ปัญ หาต่างๆ และไม่ทำให้เป็นคนตื%นตระหนกหวาดกลัวต่อสง%ิ ที% เกิดขึน1 พบว่า ความสอดคล้องของทัง1 สองยุคมีการพัฒนาจิตจนมีความเข้าใจต่อสรรพสง%ิ ทัง1 ปวง ด้วยปัญญาอันรู้แจ้ง สามารถทีจ% ะยอมรับต่อสง%ิ ทีเ%กิดขึน1 แม้กระนั1นยังพบว่า ความแตกต่างของการพัฒนาจิตสู่ปัญ ญาของนักธุรกิจ สมัยพุทธกาลเป็นสิ%งที%พระพุทธเจ้าและอรหัตต์รู้ถึงกระบวนการพัฒนาจิตว่า มีปัญญาแก่กล้า เพียงใดที%จะรับฟังธรรมเทศนาจนสามารถยกระดับปัญ ญาให้สูงขึน1 เข้าถึงความรู้แจ้งของสรรพ สง%ิ ทัง1 ปวงของชีวิต ส่วนดร.บุญยง ว่องวานิชต่อเนื%องจากการได้รับฝึกอบรมการพัฒนาจิตสู่ ภาวนาขัน1 พื1นฐานที%ทำให้จิตสงบ และสามารถยกระดับกระบวนการพัฒนาจิตให้สูงขึ1นคือ รู้แจ้งด้วยปัญ ญา แต่จะไม่เทียมเท่ากับความรู้แจ้งด้วยปัญญาของนักธุรกิจสมัยพุทธกาล เนื%องจากปัญญาของท่านยังเป็นปัญญาของระดับปุถุชนผู้ทีย% ังต้องได้รับการศึกษา ดังนัน1 จึงสามารถสรุปได้ว่า การพัฒนาจิตสู่ภาวนาระหว่างนักธุรกิจสมัยพุทธกาล กับดร.บุญยง ว่องวานิช เป็นบุคคลที%สามารถยกระดับของจิตตนเองให้รู้ถึงสภาวะอันเป็น ความจริงของชีวิต และสง%ิ เหล่านี1ยังนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียง%ิ ขึน1 ๔.๑.๒ การเปรียบเทียบด้านหลักการบริหารคน การบริหารคน ของนักธุรกิจสมัยพุทธกาลกับดร.บุญยง ว่องวานิช ได้นำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>(ข) การพัฒนาจิตสู่ปัญญา<br />
การพัฒนาจิตสู่ปัญญารู้แจ้งตามสิ%งธรรมชาติของชีวิต เป็นกระบวนการพัฒนาให้<br />
เกิดความปัญญาที%จะสามารถแก้ปัญ หาต่างๆ และไม่ทำให้เป็นคนตื%นตระหนกหวาดกลัวต่อสง%ิ ที%<br />
เกิดขึน1 พบว่า ความสอดคล้องของทัง1 สองยุคมีการพัฒนาจิตจนมีความเข้าใจต่อสรรพสง%ิ ทัง1 ปวง<br />
ด้วยปัญญาอันรู้แจ้ง สามารถทีจ% ะยอมรับต่อสง%ิ ทีเ%กิดขึน1<br />
แม้กระนั1นยังพบว่า ความแตกต่างของการพัฒนาจิตสู่ปัญ ญาของนักธุรกิจ<br />
สมัยพุทธกาลเป็นสิ%งที%พระพุทธเจ้าและอรหัตต์รู้ถึงกระบวนการพัฒนาจิตว่า มีปัญญาแก่กล้า<br />
เพียงใดที%จะรับฟังธรรมเทศนาจนสามารถยกระดับปัญ ญาให้สูงขึน1 เข้าถึงความรู้แจ้งของสรรพ<br />
สง%ิ ทัง1 ปวงของชีวิต ส่วนดร.บุญยง ว่องวานิชต่อเนื%องจากการได้รับฝึกอบรมการพัฒนาจิตสู่<br />
ภาวนาขัน1 พื1นฐานที%ทำให้จิตสงบ และสามารถยกระดับกระบวนการพัฒนาจิตให้สูงขึ1นคือ<br />
รู้แจ้งด้วยปัญ ญา แต่จะไม่เทียมเท่ากับความรู้แจ้งด้วยปัญญาของนักธุรกิจสมัยพุทธกาล<br />
เนื%องจากปัญญาของท่านยังเป็นปัญญาของระดับปุถุชนผู้ทีย% ังต้องได้รับการศึกษา<br />
ดังนัน1 จึงสามารถสรุปได้ว่า การพัฒนาจิตสู่ภาวนาระหว่างนักธุรกิจสมัยพุทธกาล<br />
กับดร.บุญยง ว่องวานิช เป็นบุคคลที%สามารถยกระดับของจิตตนเองให้รู้ถึงสภาวะอันเป็น<br />
ความจริงของชีวิต และสง%ิ เหล่านี1ยังนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียง%ิ ขึน1<br />
๔.๑.๒ การเปรียบเทียบด้านหลักการบริหารคน<br />
การบริหารคน ของนักธุรกิจสมัยพุทธกาลกับดร.บุญยง ว่องวานิช ได้นำ</p>
<p><span id="more-16"></span><br />
หลักธรรมาธิปไตยมาบริหารเมื%อเปรียบเทียบ ทำให้พบทัง1 ความสอดคล้องและความแตกต่าง<br />
ซึง% มีรายละเอียดดังนี1<br />
การถือธรรมะเป็นใหญ่พบว่า ปรารถนาความถูกต้องความสมควรเป็นการทำความ<br />
ดีเพื%อเห็นแก่ความดี เมือ% ทำไปแล้วแน่ใจว่าเป็นการสมควร เพราะความมุ่งหมายทีท% ำคือความ<br />
ดีที%ไม่แอบแฝงความลับ พบถึงความสอดคล้องของทัง1 สองยุคที%ได้ใช้หลักการบริหารคนด้วย<br />
ธรรมาธิปไตย<br />
แม้กระนั1นในผู้วิจัยวิเคราะห์ถึงความแตกต่างพบว่า นักธุรกิจสมัยพุทธกาลจะเป็น<br />
ผู้ทีด% ูแลข้าทาสได้อย่างไม่ทัว%ถึง เนื%องจากมีบริวารทีต% ้องบริหารคนมาก แต่ด้วยความทีต% นบรรลุ<br />
ธรรมมีจิตที%สะอาด เรืองด้วยปัญญาท่านก็สามารถละความกังวลในสง%ิ เหล่านัน1 ได้เพราะเชื%อว่า<br />
การบริหารคนทีด% ีมาจากการกระทำของผู้เป็นนาย ส่วนดร.บุญยง ว่องวานิชท่านเป็นนักธุรกิจ<br />
ทีม% ีการวางแผนการบริหารคนมาเป็นอย่างดี เนื%องจากมีการทำงานแยกออกเป็นระบบ ระเบียบ<br />
มีแผนกต่างๆ ไว้ค่อยรับผิดชอบดูแลทัว%ถึง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://roleofbuddhism.com/16/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

